สมาชิกเข้าสู่ระบบ
User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา






สะแกนา

 สะแกนา

 

ชื่อพื้นบ้าน : สะแกนา (ภาคกลาง) แก (ภาคอีสาน) ขอยแข้ จองแข้ (แพร่) แพง (ภาคเหนือ)

ชื่อวิทยาศาสตร์  : Combretum quadrangulare  Kurz.
วงศ์  : Combretaceae
ชื่อท้องถิ่น  : สะแกนา (ภาคกลาง) แก (ภาคอีสาน) ขอยแข้ จองแข้ (ภาคเหนือ)
ลักษณะของพืช  : สะแกเป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง ใบรูปไข่หรือรูปรี ปลายใบมนหรือแหลม  โคนใบเรียวเข้าหากัน  ดอกเป็นช่อขนาดเล็ก ผลเล็กมีปีกยื่นออกมา 4 พู่ด้วยกัน
การปลูก : ปลูกโดยใช้เมล็ด ชอบขึ้นในที่ดินเหนียว ชุ่มชื้น ควรปลูกในต้นฤดูฝน วิธีปลูกโดยการเพาะเมล็ดสะแกให้เป็นต้นกล้าก่อน แล้วจึงย้ายไปปลูกในที่ๆ เตรียมเอาไว้ เรามักพบสะแกที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติเสมอ  เช่น ในท้องนาหรือที่รกร้างทั่วไป  ชาวบ้านมักเอาต้นสะแกไปทำฟืนกันมาก  เพราะแก่นของสะแกแข็งมากนั่นเิอง
ส่วนที่ใช้เป็นยา  : เมล็ดแก่
ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา  : เก็บในช่วงที่ผลแก่
รสและสรรพคุณยาไทย  : ตามชนบทใช้เมล็ดสะแกทอดกับไข่ให้เด็กรับประทาน ช่วยขับพยาธิไส้เดือนและพยาธิเส้นด้าย
ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์  : เมล็ดสะแกมีน้ำและสาร Flavonoid. Combretol. Bsitosterol. Pentacyclic  triterpene carboxylic acid  เป็นต้น มีรายงานการทดลองโดยใช้ส่วนสกัดด้วยสารละลายอีเทอร์  ออกฤทธิ์ฆ่าพยาธิในหลอดทดลองได้ กองวิจัยทางแพทย์  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  ศึกษาเรื่องพิษเฉียบพลันพบว่า  เมื่อให้เมล็ดสะแกทางปากในขนาด 1.5 กรัม/กิโลกรัม  สัตว์ทดลองแสดงอาการพิษ คือ ขาลาก  ตาโปนแดง  และตายเมื่อเพิ่มขนาดสูงขึ้นมาอีก
ดังนั้น  จึงควรระวังเรื่องขนาดของยาให้มาก
วิธีใช้  : เมล็ดแก่  แห้ง ของสะแก ใช้ถ่ายพยาธิไส้เดือน  โดยใช้เมล็ดแก่ช้อนคาว (ประมาณ 3 กรัม) ตำให้ละเอียด  ทอดผสมกับไข่ให้ผู้ป่วยที่มีพยาธิไส้เดือนรับประทานในระหว่างที่ท้องกำลังว่าง
ข้อควรระวัง : ห้ามรับประทานเกินขนาดที่กำหนดเด็ดขาด อันตรายแน่นอน

 

 

ต้น เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กแตกกิ่งก้านสาขาที่เรือนยอดของต้นตามลำต้นจะมีเกล็ดติดอยู่ทั่วๆไป กิ่งเป็นสี่เหลี่ยม ลำต้นสูงประมาณ 5-10 เมตร

ใบ : เป็นไม้ใบเดี่ยว ออกใบเป็นคู่ๆ ตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปหอกกลับปลายใบมนหรือแหลมเล็กน้อย โคนใบสอบแคบ เนื้อใบหนาเล็กน้อย และมัน ขนาดของใบกว้างประมาณ 1-2.5 นิ้วยาว 2.5-6 นิ้วมีสีเขียว มีก้านใบสั้น

ดอก : ออกเป็นช่อ อยู่ตามส่วนยอดของต้น ช่อดอกยาวประมาณ 1.5-2 นิ้วเป็นดอกเล็ก สีเหลืองอ่อนหรือสีขาว กลีบดอกมี 4 กลีบ กลิ่นหอม

ผล : เป็นลูกกลมๆ มีปีกอยู่ 4 ปีกโตประมาณ 2 ซม.

การขยายพันธุ์ : เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่มีรากลึกยาวจึงทนต่อความแห้งแล้งได้ดี ปลูกง่ายขึ้นได้
ในดินทุกชนิดขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด

ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้น ลำต้น เปลือกต้น ใบ เมล็ด และราก

สรรพคุณ : ทั้งต้น เป็นยารักษาโรคตานขโมย ถ่ายพยาธิต่าง ๆ แก้ปวดท้อง อุจจาระเหม็นคาว
และรักษาฝีตานซาง นอกจากนี้ถ้าใช้ผสมกับสมุนไพรอื่นจะช่วยแก้ตานขโมย พุงโรท้องโต

ลำต้น รักษาโรคหนองใน บาดแผลในที่ลับ อาเจียนเป็นเลือด รักษาฝี แก้ถ่ายเป็นเลือด แก้กามโรคเข้าข้อออกดอกและผสมกับสมุนไพรอื่นใช้รักษาโรคมะเร็งปอด มะเร็งตามร่างกาย มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งในลำไส้

เปลือกต้น ใช้ผสมกับสมุนชนิดอื่น ๆ เพื่อปรุงเป็นยาแก้หนองใน กามโรค ปวดในข้อ แก้อาเจียน แก้ท้องร่วง แก้ลงแดง ตกมูกเลือด

ใบ แก้ไข้ รักษาโรคบิด รักษาบาดแผล ใช้รวมกับสมุนไพรอื่น ปรุงเป็นยาแก้ไข้สะบัดร้อนสะบัดหนาว
แก้ปวดมวน มะเร็งลำไส้ มะเร็งตามร่างกาย แก้ซางตานขโมย รักษาโรคมะเร็งปอด มะเร็งในกระเพาะอาหาร

เมล็ด เป็นยาขับพยาธิไส้เดือน แก้โรคซางตานขโมย หรือผสมกับสมุนไพรอื่นปรุงเป็นยาแก้อาเจียน
แก้ซางตานขโมย แก้เลือดเน่า แก้โรคเบื่ออาหาร แก้โรคกระษัยปลาหมอ แก้ลงท้อง

ราก แก้ฝีต่าง ๆ รักษาโรคหนองในหรือบาดแผลในที่ลับ รักษาฝีมะม่วง แก้น้ำเหลืองเสีย ถ่ายพยาธิ
ถ้าผสมกับสมุนไพรอื่น ๆ จะปรุงเป็นยารักษาโรคไส้ดวน โรคมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งกระเพาะอาหาร แก้ไข้สันนิบาต ผอมแห้ง แก้เสมหะ แก้ไอ แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้ริดสีดวง ช่วยบำรุงธาตุ แก้ไข้ตัวร้อน แก้อุจาระหยอดย้อย ตกมูกเลือด ฯลฯ

ข้อมูลทางเภสัชวิทยา : 1. ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ได้มีการทดลองด้วยการใช้สารสกัดกับแบคทีเรียหลายชนิด
และอัลกอฮอล์ 95 % ผลที่ออกมาสามารถต้านเชื้อแบคทีเรียได้

2. ฤทธิ์ฆ่าไส้เดือนดิน ได้ใช้สารสกัดจากรากแห้งของสะแกด้วยอัลกอฮอล์ 95 % และอีเธอร์ ผลออกมาว่าสามารถฆ่าไส้เดือนดินได้เช่นเดียวกับสารที่สกัดเมล็ด ซึ่งผู้ที่ทำการทดลองคือ เอมอร โสมนะพันธุ์และคณะ

 

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน